posted on 17 Nov 2009 03:22 by londongirl
มัมมี่หล่น ส้มหล่นเพราะครอบครัวไปลงเรือล่องอียิปต์กัน เราก็เลยติดสอยหอยตามไปเหมือนหาง เหมือนเงา ซึ่งไอ้ช่วงที่ไปก็ดันเป็นเดือนที่อิยิปต์ร้อนที่สุดในรอบปีพอดี เราก็งงๆมากว่าเลือกไปเดือนนี้กันได้ยังไง กลับมามีหวังได้เกรียมกรอบแน่ๆ
แต่ครอบครัวบอกว่ามันเป็นเดือนที่ แพ็กเกจถูกที่สุดแล้ว.. เอ้า ไปก็ไป ว่าอะไรก็ว่าตามกัน (ก็ได้)
เวลาคลิกที่รูปแล้วมันหดๆขยายได้เอง อย่าลืมกดเล่นกันด้วยล่ะ
| |
|
|
|
| |
การเดินทางสู่แม่น้ำไนล์... |
| |
|
 |
ก่อนไปก็วาดฝันไว้สวยหรูว่าจะได้ล่องเรือ Felucca เรือใบเล็กๆเหมือนที่เคยอ่านหนังสือมาก่อน (กะผจญภัยสุดๆ) ไปๆมาๆดันกลายเป็นเรือใหญ่จะขึ้นฝั่งก็ต้องมี ID คล้องคอไว้ (คงกลัวเราเอ๋อลงเรือผิดลำ) เรือที่ว่านี่แล่นตามแม่น้ำไนล์ (ไนล์เดียวกันกับที่ไหลขึ้นประเทศยูกันดาในอัฟริกา)
*โปรดสังเกตุที่เขียนว่าไหลขึ้น ก็เพราะต่อให้ยูกันดาอยู่ทิศใต้ของอียิปต์แต่ว่าพื้นที่มันต่ำกว่า ไนล์ก็เลยเป็นแม่น้ำที่ไหลลงแทนที่จะเป็นไหลขึ้น
|
| |
|
 |
ปรกติแล้วเราเป็นคนที่ถึกมาก ลงเรือโน่นนี่เล็กใหญ่แค่ไหนยังไง
ก็ไม่เคยจะเมาอะไรกับเขาซักที (นอกเรื่องหน่อย ขนาดไฟดูดยังไม่เคย
มีประสพการณ์ว่ามันเป็นยังไง) อย่างแรกที่รี่ไปสำรวจก่อนก็คือบาร์บนเรือ
เขาตกแต่งได้งดงามดี น่าเกลือกกลิ้งเป็นอย่างที่สุด เหมาะเป็นที่ hang outของเราเป็นอย่างยิ่ง อีกอย่างโดยส่วนตัวแล้ว เราเป็นคนที่ชอบอะไรมืดๆเราเป็นคนที่โรแมนติคอะไรที่มีแสงสลัวๆเราจะโปรดมาก ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน
|
| |
|
 |
ส่วนงานตกแต่งบนเรือทั้งหมด เป็นลูกผสมระหว่างงานดีไซน์สมัยใหม่รวมกันกับงานที่เขาสะท้อนความเป็น ethnic เราเห็นอะไรก็อยากได้
ไปหมด ตั้งแต่โคมไฟยันเตียงนอน ดีว่าทางบ้านดุและขี้เหนียว และประหยัดก็เลยไม่สามารถหอบซื้อกลับมา ตามหัวใจเรียกร้องได้
|
| |
|
 |
บนดาดฟ้าเรือมีสระว่ายน้ำเล็กๆด้วย แต่เจ้าประคุณเอ้ย..มันร้อนแบบถ้าเดือดได้ก็เดือดไปแล้ว (อย่าลืมว่าอียิปต์เป็นประเทศทะเลทราย)
แต่ส่วนนี้ของเรือมัน เป็นส่วนที่ฝรั่งมาใช้บริการผี่งแดดให้ผิวที่ขาวซีดๆ
แบบสุขภาพไม่ดี (จนมีสุขภาพดีเป็นสีน้ำตาลแบบเรา) และกลับไปเสียสุขภาพได้อีก เมื่อผ่านจุดไหม้จนแดงเถือก ดูน่าสม..เอ๊ยๆๆ น่าสงสารมาก
|
| |
|
 |
ห้องเราเสด็จลงมาอยู่ซะชั้นล่างสุดของเรือ ตอนแรกเราก็ดี๊ด๊ามากๆ
เพราะรู้สึกว่าสวยดี แต่อาการนี้หายไปเมื่อมาเรียนรู้ทีหลังว่า
A) ห้องที่ถูกที่สุดมักจะอยู่ข้างล่างเสมอ
B) เวลาเรือจอดเข้าท่าตอนกลางคืน เรือมันมักจะหันด้านห้องของเรา
เข้าเทียบเรืออีกลำเสมอ ทำให้มองเห็นแต่ห้องชาวบ้านเสมอ
|
| |
|
 |
ส่วนพนักงานในเรือก็จิตเล็กๆ ก็น่ารักมาก ทุกครั้งที่มาทำห้องให้เรา
เขาจะแอบปั้นผ้าเช็ดตัวเป็นรูปตัวพิลึกกึกกือต่างๆเสมอ แถมยังใช้อุปกรณ์
กันร้อนของเรามาเป็นส่วนประกอบอีกด้วย เช่นแว่นตา หมวก พัด
ยันหมอนหนุนหลังสีชมพูของเราที่ปรกติแล้วไปไหนก็ไปด้วยกันเสมอ
(หาไม่แล้วเราจะนอนไม่หลับ)
|
| |
|
 |
ทุกๆวันเรือจะไปจอดตามเมืองต่างๆ ให้เราได้ลงไปเที่ยว
อย่างที่รู้ว่าประวัติศาสตร์ของอียิปต์นี่ยาวไกลไปเป็นพันๆปี
และด้วยความที่สมองเราก็ขนาดเท่าถั่ว คุณไกด์พลัง Encyclopedia
เธอก็กลัวเราไม่ซึมซับความรู้ว่า King องค์ไหนเป็นองค์ไหน
เธอก็คอยถามกลับเป็นระยะๆ ทำให้ความรู้เรื่องคิงรามเซสต่างๆ
ของเราแน่นปิ๊งปั๊งมาก (แต่ตอนนี้ลืมหมดแล้วนะ ฮ่าๆ..)
ไม่อยากจะคุยเลยว่าหลังจากผ่านไปได้เจ็ดวัน เราก็เริ่มเขียนภาษาอียิปต์
โบราณเป็นคำว่า Ra ที่แปลว่าพระอาทิตย์ได้ซะที ..ฮ่าๆ
|
| |
|
 |
ที่เห็นนี่คือวิหารAbu Simbel ที่ทางการเขายกหนีน้ำท่วมทั้งวัดขึ้นมาบนเขา
ถอยสูงไปอีก 20 เมตร ตอนสร้างเขื่อนอัสวาน และปีละ2 ครั้งจะมีปรากฎการณ์
พิเศษที่แสงอาทิตย์จะส่องผ่านประตู เข้าไปที่รูปปั้นใครซักคนจำไม่ได้แล้ว
เป็นอย่างนี้ซ้ำๆซากๆมา 3200 ปีแล้ว ดังนั้นเวลาย้ายวิหารหนีน้ำ เขาก็ต้อง
เลือกทำเลที่พระอาทิตย์จะมาส่องให้ตรงจุดกัน (มันยากตรงนี้)
ปล.ยายคนที่ถือร่มนั่นเราเอง ไม่ใช่เจ้าอะไรที่ไหน
|
| |
|
 |
วิหารต่างๆที่ระหว่างลุ่มแม่น้ำไนล์นี่มีเยอะมาก ก็เลยพอจะเข้าใจ
ความรู้สึกของฝรั่งที่มาทัวร์เมืองไทย ก็จะอิ่มกับทัวร์วัด เหมือนเรา
ที่อิ่มกับทัวร์วิหารของอียิปต์
แต่จริงๆแล้วเราก็ชอบนะ เพราะเวลาเรียนสถาปัตย์ก็ต้องเรียนทรงตึก
ทรงวิหารอะไรพวกนี้หมด มีผลทำให้คุณไกด์รักเรามาก เพราะเรา
เป็นคนเดียวที่ตอบคำถามเรื่องสิ่งก่อสร้างพวกนี้ ได้เกินหน้าเกินตา
พวกฝรั่ง(เสียดายไม่ยักมีชิงรางวัล ไม่งั้นเราต้องชนะเพื่อชาติไทยแน่ๆ)
|
| |
|
 |
อียิปต์นี่แมวเหมียวพันธุ์สามัญเยอะนะ แต่กิริยานี่ตรงกันข้ามกับแมว
ทั่วไปของอังกฤษคือ แมวอังกฤษพอเห็นแดดจะวิ่งเข้าไปตากแดด
หรือแหมะตัวนอนข้างเรดิเอเต้อร์ ส่วนแมวอียิปต์ก็เหมือนคนไทยอย่างเราๆ
คือตรงที่เห็นแดดปุ๊บก็หลบวูบ แอบงีบได้งีบ..
ยายแมวตัวนี้ต่อให้หน้าตาปุๆปะๆ แต่มันก็น่ารักน๊า
|
| |
|
 |
บนเรือนี่กิจกรรมเยอะมาก มีตั้งแต่ theme dinner ที่ต้องแต่งตัวชุด
ประจำชาติอียิปต์ลงมาทานข้าว เป็นเดือดเป็นร้อนให้ต้องไปซื้อชุด
ประจำชาติเขามาใส่อีก จนถึงหัดเรียนเต้น Belly dance แน่นอนว่า
เราร่วมกิจกรรมหมดทุกอย่าง และเอาดีอะไรไม่ได้ซักอย่าง แต่กิจกรรม
ที่โปรดมากที่สุดคือตอนเย็นๆ เราชอบร่วม Happy Hours มาก
เห็ดmushroom เอ๊ยๆๆ ไม่ใช่สิๆ ..ค๊อกเทลทุกแก้วลดครึ่งราคา
เหมาะกับการเลื้อยชมวิวท้ายเรือดูพระอาทิตย์ตกดินมาก
|
| |
|
 |
เรือนี่ดูๆไปก็ทันสมัยดี จนกระทั่งเราย่องๆเข้ามาในห้องกัปตัน
ทีแรกนึกว่าจะมีปุ่ม มีคอมพิวเตอร์อะไรที่ดูแล้วพิสดารเหมือนในหนัง
แต่อะฮี๊ย.. มันก็เหมือนในหนังจริงๆด้วย แต่ว่าเป็นหนังโบราณนะ
ที่แบบมีสวิทซ์โยกไปโยกมา เรด๊งเรด้าก็ไม่เห็นมี คาดว่ากัปตันคง
ใช้ความรู้สึกและลางสังหรณ์ช่วยในการขับเรือ
|
| |
|
 |
นี่คือ Valley of the Kings ที่มีหลุมศพใต้ดินมากกว่า 63 แห่ง
ใต้หุบเขา ซึ่งเราก็ฉลาดมากเลือกดูแต่หลุมศพสำคัญๆ อย่างของพระเจ้า
ตุตันคามูนก็อยู่ที่นี่แต่เสียดายว่าหลุมใต้ดินส่วนใหญ่ จะโดนขโมยมาของสำคัญๆไปเกือบหมดแล้ว
เวลาจะเข้าไปดูในหลุม ก็ต้องไต่บันไดชันๆเล็กๆแคบๆลงไปใต้ดิน
และถ้ายิ่งมืดมาก ลวดลายที่เขาเขียนประดับผนังหลุม ก็จะสดใสมาก
เหลือเชื่อที่เวลาผ่านไปหลายพันปีแล้วยังเก็บได้คุณภาพดีขนาดนี้
|
| |
|
 |
ทางลงหลุมสุสาน มันจะลาดลงไปเรื่อยๆแบบนี้ จากเล็กๆจนใหญ่
เป็นห้องไปได้
(รูปนี้เราถ่ายไม่ชัดเพราะเขาห้ามใช้แฟลช)
|
| |
|
 |
สีของแม่น้ำไนล์จะเป็นสีลึกลับแบบนี้ เราลองเอามือจุ่มๆไปแล้ว
รู้สึกเย็นๆเยือกๆดี
ปลาเปลอหายไปไหนหมดวุ้ย
|
| |
|
 |
ในที่สุดฝันก็เป็นจริงจนได้ เมื่อเราได้ลงเรือใบ Felucca เราปลื้มมาก
ถึงขนาดอ้อนวอนขอคนเรือเป็นคนคุมหางเสือเรือ (เชื่อว่าถ้าชาตินี้เรา
เอาดีทางเป็นสถาปนิกไม่ได้ ก็น่าจะเอาดีทางเป็นคนขับเรือได้)
ตอนนี้ถ้าเป็นหนังก็เช่นกัน ต้องเปิดเพลง StarWars แบบว่าเราจะ
ขึ้นยานออกรบแล้วนะเฟ๊ย ต้องรอดๆๆ
|
| |
|
 |
ทุกอย่างในอียิปต์นี่สร้างด้วยสเกลที่ใหญ่มาก คือถ้าเป็นไปได้ก็ควร
ใหญ่ด้วยลึกลับด้วย คุณไกด์บอกว่าสถาปนิกสมัยก่อนพอสร้างปิรามิดเสร็จ
ก็จะโดนฆ่าตายอยู่ในนั้นด้วย เพื่อไม่ให้เอาความลับไปเผยแพร่ (สมัยนี้
ก็แค่ P45 ไล่ออก ถ้าเราคาบความลับเรื่องการก่อสร้างไปบอกคนอื่น.. )
ฮ่าๆ รู้สึกโชคดีจังที่เกิดเป็นคนสมัยนี้
|
| |
|
 |
ขนาดโบราณกุญแจเข้าวิหารยังใหญ่เลย คนเฝ้าเขาให้เราลองถือดู
เหออ..หนักมาก เป็นกุญแจเจ้าพ่ออย่างแท้จริง คงกะเอาไว้ป้องกันตัวด้วยแน่ๆ
เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานก็ใช้กุญแจเฉาะหน้าศัตรูได้
|
| |
|
 |
ใครที่คิดจะไปเที่ยวอียิปต์ ก็อย่าลืมว่าอุณภูมิมันขึ้นสูงไปได้ถึง
40องศา แบบร้อนแห้งๆ ที่เป็นคนละอย่างกับร้อนชื้นของเมืองไทย
ดังนั้นชุดออกรบ เสื้อผ้าควรเป็นชุดขาวทั้งตัวจะได้ดูดความร้อนน้อยหน่อย
ร่มกระดาษมีกี่อันก็ขนไปให้หมด แว่นตา หมวก พัด เกมส์ นินเทนโด้DS
เอาไว้ยิงปีศาจ (อุ้ยๆ นอกเรื่องไปถึงบรูไน) เอาเป็้นว่าของที่จำเป็น
ต่อการป้องกันความร้อนหอบไปไม่เสียหายอะไร
ดูเราไว้เป็นตัวอย่างไว้ ไม่เคยทำให้ประเทศชาติต้องอับอายซักครั้ง
|
| |
|
 |
เอารูปถ่ายติดวิญญานมาให้ดู
|
| |
|
 |
แต่ไม่ต้องกลัวๆๆ เพราะจริงแล้วคนแน่น อบอุ่นกันมากขนาดนี้
|
| |
|
 |
เราว่ากราฟิตี้นี่มันมีมาตั้งแต่สมัยอียิปต์แล้วนะ อย่างที่เห็นนี่
คือลายเซ็นของพระเจ้ารามเซสอันยิ่งใหญ่ ที่ปรากฏอยู่ที่เสา
เกือบทุกต้น นี่ยังไม่นับรูปวาดที่จารึกลงไปบนผนังทรายใน
สิ่งก่อสร้างอีกด้วย
ลายเซ็นต์ใหญ่มาก เมื่อเทียบขนาดกับชาวมักเกิ้ลฝรั่งที่ยืนอยู่
|
| |
|
 |
ส่วนนี่คือประชาชนชาวมักเกิ้ลอียิปต์ ที่มีบ้านอยู่ริมแม่น้ำไนล์
แม่น้ำไนล์นี่เป็นหัวใจของประเทศเลยนะ เพราะจะเป็นถิ่นที่ปลูกอะไรได้
แต่พอห่างออกไปจากแม่น้ำไม่เท่าไหร่ก็เป็นทะเลทรายทันที
แต่หนุ่มชาวอียิปต์นี่หน้าตา house-house เยอะนะ เราลงเรือปุ๊บก็เปิด
ระบบสแกนหาคนหน้าตาดีปั๊บ แต่หาไม่เจอเลยทริปนี้ ผิดหวังๆๆ
|
| |
|
|
รูปสุดท้ายละน้าาา.. เอารูปวิธีจอดเรือมาให้ดูว่าเวลาเทียบท่าแล้ว
เขาจอดเรียงๆประกบกันเป็นแซนวิชดังเช่นนี้ ด้วยความที่เรือมันใหญ่
กัปตันก็จะใช้เทคนิคการจอดแบบ ลอยเรือเข้าไปใกล้ๆเทียบข้างๆกัน
แล้วก็รอให้ท้ายเรือมันโยกไปติดกับเรืออีกลำเอง ก่อนที่จะขยับส่วนหัว
ฟังดูยาก แต่ดูแล้วง๊ายง่าย .. ฮ่าๆ ว่าเข้านั่น (จบดื้อๆ) |
| |
เยี่ยมเราได้ที่อังกฤษ >>
|